30/11/2025
เงินทุนไหลกลับสหรัฐ ทำไมเศรษฐกิจเกิดใหม่จึงต้องระวังรอบนี้

เงินทุนไหลกลับสหรัฐ ทำไมเศรษฐกิจเกิดใหม่จึงต้องระวังรอบนี้

ช่วงสองปีที่ผ่านมา เราจะเห็นชัดว่ามีเงินจำนวนมหาศาลไหลกลับเข้าสู่ตลาดการเงินของสหรัฐ ทั้งจากกองทุนระหว่างประเทศ นักลงทุนสถาบัน ไปจนถึงรายย่อยทั่วโลก ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันกำลังถูกจับตามองมากเป็นพิเศษในรอบนี้ เพราะบริบททางเศรษฐกิจโลกไม่เหมือนเดิม และผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจแรงกว่าที่เคยเป็น

เงินทุนไหลกลับสหรัฐคืออะไร และเกิดขึ้นเพราะอะไร

เวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐออกสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย หรือเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มแข็งแรงกว่าภูมิภาคอื่น นักลงทุนทั่วโลกมักโยกเงินกลับไปถือสินทรัพย์ฝั่งอเมริกา เช่น พันธบัตร หุ้นขนาดใหญ่ หรือกองทุน ETF

เหตุผลหลักมีอยู่ไม่กี่อย่าง
1 รายได้ดอกเบี้ยสูงขึ้นจากพันธบัตร
2 ความเสี่ยงต่ำกว่าประเทศเกิดใหม่
3 ค่าเงินดอลลาร์แข็ง ทำให้ผลตอบแทนรวมดูดีขึ้น
4 ความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังเป็นแกนหลักของโลก

พูดง่าย ๆ คือ เมื่อเศรษฐกิจโลกสั่นไหว นักลงทุนอยากกลับไปหาที่ที่รู้สึก “ปลอดภัยกว่าเดิม”

ทำไมรอบนี้ทั่วโลกจับตาเป็นพิเศษ

ปรากฏการณ์เงินทุนไหลกลับสหรัฐเคยเกิดมาแล้วหลายรอบ แต่รอบนี้มีความพิเศษเพราะโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงซ้อนกันหลายอย่าง ทั้งเงินเฟ้อสูงทั่วโลก สงครามภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ขึ้นแรง และภาระหนี้รัฐบาลที่มากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนจึงมีแรงจูงใจสูงมากที่จะย้ายเงินกลับบ้านเกิดของระบบการเงินโลก โดยไม่ลังเลเหมือนในอดีต

เศรษฐกิจเกิดใหม่เจอแรงกดดันอะไรบ้างเมื่อเงินทุนไหลออก

นี่คือประเด็นสำคัญที่หลายประเทศกลัว เพราะผลกระทบมักเกิดแบบลูกโซ่

ค่าเงินอ่อนทันที

เมื่อเงินต่างชาติไหลออก ค่าเงินท้องถิ่นมักอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลต่อราคานำเข้าทุกอย่างตั้งแต่พลังงานถึงอาหาร ทำให้เงินเฟ้อในประเทศพุ่งสูงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

หนี้ต่างประเทศแพงขึ้น

หลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มีหนี้สกุลดอลลาร์เป็นจำนวนมาก เมื่อค่าเงินอ่อน ภาระดอกเบี้ยและการชำระหนี้จะเพิ่มทันที บางประเทศถึงขั้นเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

ตลาดหุ้นและพันธบัตรผันผวน

เงินไหลออกทำให้ราคาหุ้นร่วง กองทุนต่างประเทศขายสินทรัพย์ในตลาดท้องถิ่น นักลงทุนรายย่อยตื่นตระหนก ภาพรวมตลาดจึงผันผวนกว่าปกติ

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง

เมื่อค่าเงินอ่อน ราคาของแพง เศรษฐกิจชะลอ คนส่วนใหญ่เริ่มไม่กล้าใช้เงิน กระทบทั้งภาคธุรกิจและการจ้างงาน

ทั้งหมดนี้ทำให้เศรษฐกิจเกิดใหม่อยู่ในภาวะกดดันสองชั้น ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และสัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐที่ยังไม่ลดลงง่าย ๆ

แล้วทำไมรอบนี้ถึงต้องระวังมากกว่าเดิม

ปัจจัยสำคัญคือโลกทุกวันนี้พึ่งพาสหรัฐมากกว่าในอดีต ทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นในระบบการเงิน

1. ดอลลาร์กลายเป็น “ที่หลบภัย” ในโลกที่เสี่ยงขึ้น

โลกยุคนี้มีสงครามหลายจุด เงินทุนต้องหาที่ปลอดภัย และสหรัฐยังเป็นตัวเลือกอันดับแรก ทำให้เงินไหลกลับรุนแรงกว่าปกติ

2. ประเทศเกิดใหม่มีหนี้เพิ่มขึ้นมากตั้งแต่โควิด

ช่วงโควิด หลายประเทศกู้เงินจำนวนมากเพื่อประคองเศรษฐกิจ พอถึงวันนี้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ภาระหนี้ก็หนักขึ้นแบบทวีคูณ

3. ราคาพลังงานและอาหารยังผันผวน

ค่าเงินอ่อนยิ่งทำให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่ม ความเสี่ยงจึงไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน แต่กระจายไปถึงค่าครองชีพของประชาชน

4. ทุนต่างชาติไม่เพียงไหลกลับสหรัฐ แต่ลดน้ำหนักตลาดเกิดใหม่ลง

ที่ผ่านมาเงินทุนเคยหมุนเวียนโลก แต่ตอนนี้เริ่มกลับเข้าสหรัฐถาวรมากขึ้น เพราะนักลงทุนมองว่าตลาดเกิดใหม่มีความไม่แน่นอนสูง

ประเทศเกิดใหม่ควรรับมืออย่างไรในช่วงที่เงินทุนไหลออก

หลายประเทศมีบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต และเริ่มพัฒนาวิธีรับมือไว้บ้างแล้ว

เสริมความแข็งแรงของทุนสำรองเงินตรา

ทุนสำรองสูงช่วยลดแรงกดดันเมื่อต้องพยุงค่าเงินและรองรับการไหลออกของเงินทุน

ควบคุมความผันผวนของค่าเงิน

ไม่ได้หมายถึงตรึงค่าเงิน แต่จัดการให้การเคลื่อนไหวไม่รุนแรงจนกระทบภาคธุรกิจ

ดึงดูดการลงทุนระยะยาวแทนเงินทุนไหลเข้าแบบเร็ว

เงินลงทุนประเภทสร้างโรงงาน ระบบผลิต หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ มักไม่ไหลออกง่ายเหมือนเงินร้อนในตลาดทุน

ปรับโครงสร้างหนี้

หลายประเทศเริ่มขยายระยะเวลาชำระหนี้ ปรับโครงสร้างดอกเบี้ย และลดการกู้เงินเป็นสกุลดอลลาร์

นักลงทุนส่วนบุคคลควรอ่านสัญญาณนี้ยังไง

แม้เรื่องนี้จะดูไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมีผลต่อพอร์ตของหลายคนโดยตรงค่ะ

ตลาดหุ้นเกิดใหม่อาจผันผวนมากขึ้น

เพราะเงินทุนต่างชาติเป็นตัวกำหนดทิศของตลาดหลายประเทศ

สินค้าโภคภัณฑ์ผันผวนตามค่าเงิน

ราคา น้ำมัน ทองคำ และวัตถุดิบอาจขึ้นลงแรงในบางช่วง

หุ้นสหรัฐอาจได้ประโยชน์มากขึ้น

เพราะเงินทุนไหลกลับเข้าตลาดอเมริกา ทำให้หุ้นบางกลุ่มแข็งแรงกว่าเดิม

การกระจายพอร์ตจึงสำคัญเป็นพิเศษ

เพื่อไม่ให้พอร์ตเสี่ยงเกินไปเมื่อค่าเงินผันผวนหรือบริษัทในประเทศเผชิญต้นทุนเพิ่ม

การไหลกลับของเงินทุนเข้าสหรัฐไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่รอบนี้มีปัจจัยซับซ้อนมากกว่าเดิม ตั้งแต่ดอกเบี้ยสูง สงคราม เศรษฐกิจชะลอ ไปจนถึงภาระหนี้ที่สะสมในหลายประเทศ

สำหรับเศรษฐกิจเกิดใหม่ นี่อาจไม่ใช่วิกฤตทันที แต่เป็น “สัญญาณเตือน” ที่ชัดเจนว่าโลกการเงินกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และประเทศที่ไม่มีภูมิคุ้มกันด้านการเงินอาจเจอแรงกระแทกหนักได้ง่ายขึ้น

ส่วนตัวเราในฐานะนักลงทุนหรือคนทำงาน การเข้าใจว่ากระแสเงินทุนกำลังมุ่งไปทางไหน จะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องพอร์ต การลงทุน หรือแม้แต่การใช้ชีวิตการเงิน ได้อย่างระมัดระวังมากขึ้นค่ะ